Rachai's profileThe Divination Club ชมรม...PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    March 10

    อิทธิพลแห่งดวงดาวและธาตุพลังงาน

     
    worldThe Universe and Element Powerman
     
    ดวงดาวทั้ง 10 ชนิดในระบบสุริยะจักรวาลและความเชื่อต่อชะตาชีวิต
     
    1.ดวงอาทิตย์(Sun)sun เป็นดาวศูนย์กลางดวงแรกของระบบสุริยะจักรวาล เป็นดาวฤกษ์ ที่มีพลังงานและแสงสว่างของตนเอง เป็นดาวที่มีขนาดใหญ่มาก มีความร้อนแรง ให้พลังงานความร้อนและแสงสว่างแก่โลกและจักรวาลมาช้านาน มีรูปสัญลักษณ์เป็นวงกลมและมีจุดตรงกลาง  มองเห็นได้ชัดเจนในเวลากลางวัน มีความสำคัญและความเชื่อคือ ความอบอุ่น พลังงานความร้อน ให้แสงสว่าง ฤดูกาล ช่วงเวลากลางวัน ความกระจ่างแจ่ง ความชัดเจน ความรุ่งเรือง ให้พลังงานแก่พืชในรูปของแสง และพืชก็เปลี่ยนแสงให้เป็นพลังงานในการตรึงแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ให้เป็นน้ำตาล ตลอดจนทำให้โลกมีสภาวะอากาศหลากหลาย เอื้อต่อการดำรงชีวิต เป็นต้น
     
    2.ดวงจันทร์(Moon,Lunar) moon1เป็นดาวเคราะห์ เป็นดวงดาวขนาดเล็ก อาศัยแสงสะท้อนจากดวงอาทิตย์ และเป็นดาวบริวารแก่ดาวอื่นๆทั้งหลายรวมทั้งดาวโลก อาจจะเป็นเศษดาวจากที่ใดที่หนึ่งแต่มีวงโคจรเชื่อมต่อยึดกับดาวที่เป็นบริวารจึงไม่หลุดลอยไปไหน สัญลักษณ์เป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว มีความสว่างชัดเจนในเวลากลางคืน มองเห็นได้ด้วยตาเปล่าจากโลก มีความสำคัญและความเชื่อคือ น้ำขึ้นน้ำลง ดาราศาสตร์ ข้างขึ้นข้างแรม วันและเดือน ช่วงเวลากลางคืน ความสวยงาม ความเร้นลับ มนตร์มืด เสน่ห์ เป็นต้น
     
    3.ดาวอังคาร(Mars)mars1 เป็นดาวที่มีขนาดใกล้เคียงกับดาวโลก เป็นดาวเคราะห์ลำดับที่ 4 จากดวงอาทิตย์ มาจากชื่อเทพเจ้าแห่งสงครามของโรมัน หรือตรงกับเทพเจ้า Ares ของกรีก เป็นเพราะดาวอังคารปรากฏเป็นสีแดงคล้ายสีโลหิต บางครั้งจึงเรียกว่า "ดาวแดง" หรือ "Red Planet" (ความจริงมีสีค่อนไปทางสีส้มอมชมพูมากกว่า) สัญลักษณ์แทนดาวอังคาร คือ ♂ เป็นโล่และหอกของเทพเจ้ามาร์ส ดาวอังคารมีดาวบริวารหรือดวงจันทร์ขนาดเล็ก 2 ดวง คือ โฟบอสและดีมอส โดยทั้งสองดวงมีรูปร่างบิดเบี้ยวไม่เป็นรูปกลม ซึ่งคาดกันว่าอาจเป็นดาวเคราะห์น้อยที่หลงเข้ามาแล้วดาวอังคารคว้าดึงเอาไว้ให้อยู่ในเขตแรงดึงดูดของตน เป็นดาวมีสีชมพูแดง มีความสำคัญและความเชื่อคือ หากปรากฎดาวอังคารที่ชัดเจนเมื่อใด จะก่อเกิดสงคราม การต่อสู้ เกิดภัยพิบัติ  อุบัติเหตุ การแย่งชิง ความรุนแรง มรสุม และถือว่าเป็นดวงดาวแห่งเพศชาย เป็นต้น
     
    4.ดาวพุธ(Mercury)mercury เป็นเคราะห์ลำดับที่ 1 จากดวงอาทิตย์ มาจากคำเต็มว่า Mercurius เทพนำสารของพระเจ้า สัญลักษณ์แทนดาวพุธ คือ  เป็นรูปคทาของเทพเจ้าเมอคิวรี หรือรูปงูพันไม้เท้ามีปีก ก่อนศตวรรษที่ 5 ดาวพุธมีสองชื่อ คือ เฮอร์เมส เมื่อปรากฏในเวลาหัวค่ำ และอะพอลโล เมื่อปรากฏในเวลาเช้ามืดจากดวงอาทิตย์ มีขนาดเล็ก อยู่ใกล้กับดวงอาทิตย์ ยามกลางวันจะมีอุณหภูมิสูงมาก ยามกลางคืนจะมีอากาศหนาวเย็นมาก มีความสำคัญและความเชื่อ คือ  มีความเชื่อว่าเป็นดวงดาวแห่งศิลปะวิชาการ การพูดจาโน้มน้าว การได้รับพรและพลังพิเศษ การเรียนรู้ศึกษา การเจรจา การรักษาบำบัด เป็นต้น
     
    5.ดาวพฤหัสบดี(Jupiter)jupiter เป็นดาวเคราะห์ลำดับที่ 5 จากดวงอาทิตย์ มีขนาดใหญ่ เป็นดาวเคราะห์ที่ใหญ่ที่สุดในระบบสุริยะ  ถูกขนานนามว่า ดาวยักษ์แดง(Red Giant Planet)  เส้นผ่าศูนย์กลางเป็น 10 เท่าของเส้นผ่าศูนย์กลางของโลก  รูปสัญลักษณ์เป็นรูปสายฟ้าแลบ มีความสำคัญและความเชื่อ คือ เป็นดาวแห่งโชคลาภ   การประสบความสำเร็จ ฐานะทางด้านการเงิน   ความสุขกายสุขใจ บุญกุศล การขยายตัว การหมุนเวียน ความสมบูรณ์ ความยุติธรรม ความดี ความเมตตากรุณา และความหวังดี เป็นต้น
     
    6.ดาวศุกร์ (Venus)venus เป็นดาวเคราะห์ที่อยู่ห่างจากดวงอาทิตย์เป็นลำดับที่ 2 ชื่อละตินของดาวศุกร์ (Venus) มาจากเทพีแห่งความรักของโรมัน ดาวศุกร์เป็นดาวเคราะห์หิน มีขนาดใกล้เคียงกับโลก บางครั้งเรียกว่า "น้องสาว" ของโลก ชาวบาบิโลนโบราณรู้จักดาวศุกร์มาตั้งแต่ราว 1,600 ปีก่อนคริสตกาล แต่เชื่อว่าด้วยความสว่างสุกใสของดาวศุกร์ น่าจะเป็นที่รู้จักมาก่อนหน้านั้นนานแล้วนับตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ สัญลักษณ์แทนดาวศุกร์ คือ ♀ เป็นรูปกระจกเงามีด้าม เมื่อปรากฎทางทิศตะวันออกเรียกว่า ดาวประกายพรึก เมื่อปรากฎตอนหัวค่ำทางทิศตะวันตกเรียกว่า ดาวประจำเมือง ความสำคัญและความเชื่อ คือ เป็นดวงดาวแห่งความรัก ความอ่อนโยน ความสดใส ความเพลิดเพลิน ความสนุกสนาน เป็นดวงดาวตัวแทนแห่งผู้หญิง เป็นต้น  
     
    7.ดาวเสาร์ (Saturn) saturnเป็นตัวแทนของเทพแซทเทิร์น (Saturn) เทพแห่งการเพาะปลูกในตำนานของชาวโรมัน สัญลักษณ์เป็นรูปเคียว  ดาวเสาร์เป็นดาวเคราะห์ ที่อยู่ห่างจากดวงอาทิตย์เป็นลำดับที่ 6 มีวงแหวนรอบรอบดาว 7 ชั้น มีดวงจันทร์เป็นบริวารถึง 18 ดวง มีความสำคัญและความเชื่อ คือ ในเรื่องการเพาะปลูก การเกษตร การเก็บเกี่ยว บางครั้งก็หมายถึง ความประมาท ความทุกข์ โรคภัย อุบัติภัย เป็นต้น 
     
    8.ดาวยูเรนัส (Uranus) uranusเป็นดาวเคราะห์ที่อยู่ห่างจากดวงอาทิตย์เป็นลำดับที่ 7 ในระบบสุริยะ ตั้งชื่อตามเทพเจ้า Ouranos ของกรีก ชื่อไทยคือดาว มฤตยู มีความสำคัญและความเชื่อ คือ เป็นดวงดาวแห่งการเปลี่ยนแปลง การเดินทาง การเริ่มต้น อิสระเสรี ไร้กฎเกณฑ์ ความฝัน ความไม่ยึดติด ความว่างเปล่า ความโง่เขลา การสูญเปล่า เป็นต้น  
     
    9.ดาวเนปจูน (Neptune) neptuneหรือชื่อไทยว่า ดาวเกตุ คือดาวเคราะห์ในระบบสุริยะลำดับที่ 8 จากดวงอาทิตย์ ตั้งชื่อตามเทพเจ้าแห่งท้องทะเลของโรมัน (กรีก : โปเซดอน) สัญลักษณ์เป็นตรีศรรือสามง่าม มีความสำคัญและความเชื่อ คือ เป็นดาวแห่งท้องทะเลและมหาสมุทร คลื่นลม มรสุม การปฎิบัติบูชา การเสียสละ การฝ่าฟันอดทน การเสี่ยงภัย  การบำเพ็ญ เป็นต้น 
     
    10.ดาวพลูโต (Pluto)pluto พลูโตเป็นเทพเจ้าแห่งเมืองบาดาลในเทพนิยายโรมัน หรือ เรียกว่า ฮาเดส ในเทพนิยายกรีก สันนิษฐานว่าสาเหตุหนึ่งที่ตั้งชื่อดาวดวงนี้ว่า พลูโต ก็เพื่อให้มีตัวอักษร "P-L" ในชื่อ เพื่อเป็นเกียรติแก่ เปอร์ซิวัล โลเวลล์ ในภาษาไทยอาจเรียกพลูโต ว่า ดาวยม หมายถึง ยมโลก หรือ นรก ซึ่งก็มีความหมายพ้องกับชื่อ พลูโต หรือ ฮาเดส ในตำนานกรีก  เป็นดาวเคราะห์แคระ อยู่ไกลจากดวงอาทิตย์มาก ในลำดับที่ 9 จากดวงอาทิตย์ มีความสำคัญและความเชื่อ คือ การหลุดพ้น การสิ้นสุด การชำระล้าง วิญญาณ การปลดปล่อย การพิพากษา จุดจบ การพิจารณา เป็นต้น
     
    ดาวโลก (World,Earth)world เป็นดาวเคราะห์ลำดับที่ 3 จากดวงอาทิตย์ เป็นดาวเคราะห์เพียงดวงเดียวในระบบสุริยะจักรวาลที่มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ เป็นดาวเคราะห์สีน้ำเงิน สัญลักษณ์เป็นรูปวงกลมรอบกากบาท หมายถึงเส้นละติจูดและเส้นลองติจูด เส้นศูนย์สูตร มีดวงจันทร์เป็นบริวาร 1 ดวง เป็นดวงดาวที่มีชั้นบรรยากาศ มีสภาพโดยรวมประกอบไปด้วยน้ำเสียส่วนใหญ่ เป็นดวงดาวที่มีลักษณะเหมาะสมกับสิ่งมีชีวิต เพราะมีอากาศ น้ำ พื้นที่เพาะปลูกได้ และอุณหภูมิเหมาะสม ในปัจจุบันสิ่งมีชีวิตที่ปกครองดาวโลกคือมนุษย์ มีข้อคิดเห็นสมมุติฐานแตกต่างกันไปในการกำเนิดดาวโลก อีกทั้งบนดาวดวงนี้ก็มีเรื่องราวต่างๆมากมายเต็มไปหมดไม่ว่าจะจากธรรมชาติหรือมนุษย์โลกเองก็ตาม 
     
    ความสำคัญของธาตุและพลังงานพื้นฐาน
     
    1.ธาตุดิน พลังงานแห่งพื้นดินปฐพี ดิน มีสภาพโดยรวมเป็นของแข็ง มีความสำคัญและความเชื่อ คือ ความเป็นพื้นฐาน ความมั่นคง แร่ธาตุ การปลูกสร้าง การเพาะปลูก ความหนักแน่น ความอาศัย สินแร่ การเป็นทุนทรัพย์ การจับต้องสัมผัส ความเป็นรูปร่าง ความอุดมสมบูรณ์ การครอบครอง เป็นต้น
     
    2.ธาตุน้ำ พลังงานแห่งคลื่นวารีน้ำ มีสภาพโดยรวมเป็นของเหลว แต่สามารถกลายสภาพเป็นของแข็งและก๊าซได้ตามอุณหภูมิ มีความสำคัญและความเชื่อ คือ ความชื่นฉ่ำ ความชุ่มเย็น การชำระล้าง การดื่มกิน การคล้อยตาม จิตวิญญาณ อารมณ์ ความลึกล้ำ การแปรเปลี่ยน การปรับตัว การปรับสภาพ ความลื่นไหล เป็นต้น
     
    3.ธาตุลม พลังงานแห่งวายุ ลม  มีสภาพโดยรวมเป็นก๊าซ มีความสำคัญและความเชื่อ คือ ความรุนแรง การถาโถม การพัดพา การเคลื่อนที่ ความไม่หยุดนิ่ง มรสุม ความไม่มีรูปร่าง การเคลื่อนไหว การพัดผ่าน อากาศ ฤดูกาล ความดัน ความล่องลอย ความว่างเปล่า ความไม่แน่นอน การฟันฝ่า การระบาย ความยากจะคาดเดา เป็นต้น
     
    4.ธาตุไฟ พลังงานแห่งอัคคี ไฟมีสภาพโดยรวมเป็นอุณหภูมิ มีความสำคัญและความเชื่อคือ ความร้อน ความอบอุ่น แสงสว่าง การเผาไหม้ การสร้างสรรค์ ความกระตือรือล้น ความร้อนแรง การเจิดจรัส การย่อยสลาย การลุกโหม การลุกลาม การกระตุ้น การพัฒนา ความเป็นพลังงานเชื้อเพลิง เป็นต้น
     
    ธาตุและพลังงานอื่นๆ
     
    ธาตุไม้ไม้ มีความสำคัญและความเชื่อ คือ พืชพรรณ ต้นไม้ การเติบโต การแผ่ขยาย ความร่มรื่น ความเป็นประโยชน์ ความเป็นธรรมชาติ เป็นต้น
     
    ธาตุเหล็กหรือธาตุทอง ทองมีความสำคัญและความเชื่อ คือ แร่ธาตุ การสกัด การดึงประโยชน์สูงสุด ความแข็งแกร่ง ความแข็งแรง ความมีค่า เป็นต้น